โครงการสถานพยาบาล สงฆ์อาพาธ จังหวัดเลย

 
                     สืบเนื่องจากในปัจจุบัน ประเทศไทยของเราได้มีนโยบายในด้านสาธารณสุขนโยบายใหม่ นั่นก็คือ ให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ถ้วนหน้า โดยไม่ต้องเสียเงิน ดังนั้นเราจึงสามารถพบเห็นภาพของผู้ป่วยจำนวนมากมารอตรวจที่แผนกผู้ป่วยนอกของแต่ละโรงพยาบาลของรัฐ
  ส่วนผู้ป่วยในที่นอนอยู่ในโรงพยาบาลก็มีจำนวนมากมายจนหลายๆโรงพยาบาลของรัฐต้องเอาเตียงเสริมมาวางตามทางเดิน  หรือ บางแห่งก็เอาไปวางอยู่ตรงหน้าลิฟท์ ซึ่งภาพดังกล่าวมีให้เห็นอยู่ทั่วไปในแทบจะทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ทั่วประเทศไทย ซึ่งโรงพยาบาลในจังหวัดเลย ก็มีภาพที่ไม่แตกต่างไปจากสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น
             สิ่งที่ได้อธิบายมาดังกล่าวข้างต้น ไม่เพียงแต่จะสร้างความลำบากให้กับประชาชนทั่วไปที่มารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลเท่านั้น แต่ยังสร้างความลำบากไปยังพระภิกษุสงฆ์ด้วย เพราะโรงพยาบาลของรัฐหลายแห่ง ยังไม่สามารถที่จะมีแผนกตรวจผู้ป่วยนอกสำหรับพระสงฆ์โดยเฉพาะได้ รวมถึงว่าเมื่อได้เป็นผู้ป่วยในก็ไม่มีตึกหรือสถานพยาบาลเฉพาะสำหรับพระสงฆ์หรือสามเณรด้วยเช่นกัน ทำให้พระภิกษุต้องถูกนำไปนอนรวมอยู่ในวอร์ดผู้ป่วยทั่วไป           
 อันที่จริง โรงพยาบาลเลย ซึ่งเป็นโรงพยาบาลรัฐบาลประจำจังหวัดของจังหวัดเลย ก็ได้เคยพยายามที่จะแก้ไขปัญหาที่กล่าวมานี้ โดยได้มีการสร้างตึกสงฆ์อาพาธขึ้นมา แต่ในที่สุด สืบเนื่องจากการมีจำนวนผู้ป่วยทั่วไปมาใช้บริการจำนวนมาก ตึกดังกล่าวก็จำเป็นต้องถูกนำไปใช้เพื่อการดูแลประชาชนทั่วไปที่มีจำนวนมากเกินกว่าสถานที่เดิมจะรองรับได้ ทำให้เมื่อมีสามเณร หรือ พระสงฆ์อาพาธเข้ามาที่โรงพยาบาล ก็จะยังคงไม่ได้รับความสะดวกเป็นอย่างมาก โดยที่แพทย์และพยาบาลของโรงพยาบาลเลยทุกๆท่านก็ทราบปัญหาดังกล่าว แต่ก็ไม่สามารถจะทำการช่วยเหลือแต่อย่างใดได้ ทั้งนี้ก็เนื่องจากภาระงานที่รัดตัวมากเกินไปตามที่ได้กล่าวอธิบายมาข้างต้นแล้ว
            สิ่งที่เกิดขึ้นดังกล่าวนั้น ก่อให้เกิดปัญหาในเชิงวัฒนธรรมของประเทศชาติและต่อจังหวัดเลยของเราเป็นอย่างมาก เพราะปกติแล้วเราจะถือเอาว่าพระภิกษุสงฆ์ เป็นผู้อยู่ในทิศเบื้องบน ซึ่งสิ่งที่เราจะต้องปฏิบัติต่อท่านก็คือ การปฏิบัติอย่างเคารพเทิดทูนเหนือกว่าคนปกติทั่วไป  ซึ่งปัญหาในเชิงบริบทของทางสาธารณสุขของประเทศไทยเราจึงก่อให้เกิดปัญหาในเชิงวัฒนธรรมในส่วนของการตระหนักถึงความสำคัญของพระภิกษุสงฆ์ไปด้วย  มีคำตรัสของพระพุทธเจ้าประโยคหนึ่งซึ่งตรัสไว้ว่า "ผู้ใดต้องการอุปัฏฐากเราตถาคต จงอุปัฏฐากภิกษุที่เจ็บไข้เถิด" นี่ก็เป็นการเปรียบให้เห็นว่า การให้การดูแลพระภิกษุสงฆ์ก็เปรียบเสมือนการให้การดูแลต่อพระพุทธเจ้า ดังนั้นภาพที่ควรจะเป็นจึงควรจะเป็นไปในรูปแบบที่แสดงถึงการยกย่องเทิดทูนไว้เป็นพิเศษ โดยสิ่งที่กล่าวมานี้มิได้เป็นการร้องขอมาโดยพระสงฆ์รูปใด ทั้งนี้ก็อันเนื่องจากความเป็นภิกษุสงฆ์ที่ท่านจะไม่เคยเรียกร้องสิ่งใดๆให้กับตนเอง แต่ก็ควรเป็นสิ่งที่ได้เกิดการตระหนักขึ้นมาเองโดยพุทธศาสนิกชนที่ควรจะยกย่องท่านขึ้นมาเองให้สมกับการเป็นเนื้อนาบุญแห่งศาสนา
             จากปัญหาดังกล่าวข้างต้น จึงได้มีกลุ่มคนในจังหวัดเลยหลายๆท่านได้มีดำริว่า น่าจะมีการสร้างสถานพยาบาลขึ้นใหม่สำหรับพระสงฆ์และสามเณรที่อาพาธ โดยบุคคลที่มีบทบาทสำคัญก็ได้แก่ นพ.สมบัติ แสนทอง ซึ่งเป็นกุมารแพทย์ที่ได้ไปทำงานอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่เป็นเวลานาน ซึ่งจากการที่ท่านได้เติบโตมาในจังหวัดเลย และ เรียนหนังสือที่โรงเรียนมัธยมในจังหวัดเลยนี้เช่นกัน ท่านได้มีความคิดในการที่จะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว จึงได้พยายามที่จะให้มีการสร้างกองทุนเพื่อสร้างสถานพยาบาลพระสงฆ์อาพาธขึ้นมา โดยเริ่มแรกได้คิดไปว่าจะสร้างโรงพยาบาลขึ้นใหม่เลย เป็นโรงพยาบาลเพื่อรักษาสงฆ์อาพาธโดยเฉพาะ แต่เมื่อได้ปรึกษาหารือ กับ ผู้คนในจังหวัดเลย รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาลในจังหวัด พบว่าการสร้างสถานพยาบาลแห่งใหม่นั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เพราะไม่มีบุคลากรทางการแพทย์และพยาบาลเพียงพอที่จะไปช่วยอยู่เป็นประจำได้ จึงต้องอาศัยการสร้างสถานพยาบาลแฝงอยู่ในโรง พยาบาลใหญ่ๆในจังหวัดนั้นเอง ซึ่ง ในส่วนของโรงพยาบาลรัฐบาลประจำจังหวัดก็ไม่สามารถที่จะทำได้ อันเนื่องจากปัญหาดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น ดังนั้นจึงมีดำริเอาว่าจะขอสร้างสถานพยาบาลขึ้นในโรงพยาบาลเอกชนของจังหวัด ซึ่งก็คือ โรงพยาบาลเมืองเลย ราม
 เมื่อได้มีการพูดคุยกันกับทาง นพ.บุญชัย จิตตนาสวัสดิ์ ซึ่งเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลเมืองเลย ราม ท่านก็ยินดีที่จะให้สถานที่ของโรงพยาบาลในการนำมาทำเป็นสถานพยาบาลสงฆ์อาพาธนี้ โดยยินยอมให้มีกลุ่มบุคคลที่ตั้งตัวเป็นกรรมการเพื่อการดำเนินการสำหรับการนี้ต่างหากและสามารถบริหาร และ ดำเนินการโดยอิสระ เพื่อมิให้เกิดข้อครหาว่าโรงพยาบาลหวังผลประโยชน์จากศรัทธาของศาสนิกชนที่มีต่อพระสงฆ์ โดยทางโรงพยาบาลเป็นเสมือนผู้ให้ยืมสถานที่เท่านั้น ส่วนอำนาจในการตัดสินใจทำการรักษาต่อสงฆ์อาพาธจะอยู่ในส่วนของคณะกรรมการอิสระนี้เท่านั้น ซึ่งก็จะมีผลดีอีกส่วนก็คือ คณะกรรมการจะมีหน้าที่ระดมทุนและรักษากองทุนนี้ให้ยั่งยืนต่อไปได้ตลอดโดยไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดการนำไปใช้ในแบบที่เปล่าประโยชน์หรือในเชิงเอื้อผลประโยชน์ให้กับโรงพยาบาลมากเกินไป
             ซึ่งคณะกรรมการที่ทำหน้าที่ดูแลสถานพยาบาลสงฆ์อาพาธนี้เหล่านี้จะประกอบไปด้วยกลุ่มบุคคลที่เป็นทั้งส่วนฆราวาส และ ส่วนของพระสงฆ์ โดยในส่วนของกลุ่มฆราวาสนั้นก็จะประกอบด้วยบุคคลหลายๆท่านที่มิได้ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลเมืองเลย ราม ซึ่งจะรวมไปถึง กลุ่มแพทย์ที่ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลของรัฐบาลในจังหวัดด้วย ส่วนในกลุ่มของพระสงฆ์ก็ประกอบไปด้วยพระสงฆ์ที่เป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ของจังหวัดหลายๆรูป โดยในส่วนของฝ่ายคณะสงฆ์นั้นก็ยังประกอบไปด้วยคณะสงฆ์ทั้งสองนิกาย  (ธรรมยุต และมหานิกาย) ดังนั้นจึงเป็นที่มั่นใจได้ว่าการบริหารดำเนินงานในส่วนของสถานพยาบาลสงฆ์อาพาธนี้จะเป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และ หวังผลประโยชน์สูงสุดให้กับพระภิกษุและสามเณรในจังหวัดเลย(และอาจรวมไปถึงพระภิกษุสงฆ์ในประเทศลาวด้วย ) อย่างแท้จริง
             ในส่วนของพระภิกษุสงฆ์ที่มีบทบาทสำคัญในการดำเนินการสร้างสถานพยาบาลสงฆ์อาพาธ ของจังหวัดเลยนี้ก็ได้แก่ พระนิเทศศาสนคุณ สิริปัญโญ (สมาน แสงศรี) ซึ่งเป็นพระธรรมทูตที่ได้เดินทางไปเผยแพร่พุทธศาสนาอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่เป็นเวลานาน ท่านเป็นพระสงฆ์ที่ได้ช่วยในเรื่องของการรับบริจาคเงินเข้ากองทุนมูลนิธิของท่านเพื่อนำมาใช้สำหรับสถานพยาบาลสงฆ์อาพาธนี้จากพุทธศาสนิกชนที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศอย่างมากมาย
 ในส่วนของความคืบหน้าของการดำเนินการสร้างสถานพยาบาลสงฆ์อาพาธ จังหวัดเลยนั้น ในตอนนี้น่าจะกล่าวได้ว่าเราได้มีสถานที่พร้อมอยู่แล้ว แต่ยังติดขัดในเรื่องของอุปกรณ์การแพทย์ที่สำคัญ รวมถึง บุคลากรทางการพยาบาลที่จะมาช่วยในเรื่องนี้ ซึ่งในการดำเนินการดังกล่าวจำเป็นที่จะต้องอาศัยเงินทุนเพื่อนำไปซื้ออุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงเพื่อเป็นค่าจ้างต่อบุคลากรทางแพทย์และพยาบาล (โดยในความเป็นจริงแล้ว การมาช่วยทำงานตรวจและให้การรักษาโดยแพทย์และพยาบาลหลายๆท่านต่องานของสถานพยาบาลสงฆ์อาพาธนี้ก็เป็นไปด้วยจิตอาสา ที่ไม่หวังผลตอบแทนมากมายนัก โดยบุคคลต่างๆที่มาช่วยงานก็ยินดีที่จะขอรับเงินค่าจ้างในอัตราที่ลดลงไปจากอัตราของการดูแลผู้ป่วยทั่วไปอยู่แล้ว ทั้งนี้ท่านเหล่านี้ได้ถือเอาว่าเป็นการทำบุญต่อพระสงฆ์ ต่อพุทธศาสนา ส่วนในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่จะจ่ายให้กับโรงพยาบาลเอกชนนั้น   ทางโรงพยาบาลก็ได้คิดในอัตราที่ลดไปจากอัตราปกติอีกด้วยเช่นกัน
            อย่างไรก็ตามทางคณะกรรมการต้องขอแจ้งว่า เงินทุนที่เรามีเบื้องต้นอยู่นี้ก็ยังถือว่าเป็นจำนวนน้อยนิด ซึ่งยังไม่เพียงพอที่จะทำให้โครงการดังกล่าวดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ทางคณะกรรมการจึงใคร่ขอความอนุเคราะห์จากท่านผู้เป็นพุทธศาสนิกชนที่มีความศรัทธาที่จะทำนุบำรุงพุทธศาสนาให้ดำรงอยู่กับผู้คนในจังหวัดเลยนี้ไปตราบนานเท่านาน ได้โปรดให้เงินบริจาคต่อโครงการนี้ เพื่อทางคณะกรรมการจะได้นำเงินไปใช้ให้เป็นประโยชน์สูงสุดต่อพระสงฆ์ในจังหวัดเลย(รวมถึงพระสงฆ์ในประเทศลาว) ต่อไป 
 
 
หน้าเว็บย่อย (1): accountpicture
Comments